ภาพยนต์

5 ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมตลอดกาลของ“สปีลเบิร์ก”

สตีเว่น สปีลเบิร์ก ถือว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดผู้กำกับภาพยนตร์ระดับโลก
ที่สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมเอาไว้มากมายในวงการภาพยนตร์
ตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน
เขาเป็นที่รู้จักในฉายาพ่อมดแห่งฮอลลีวูดหรือตำนานที่ยังมีลมหายใจแห่งโลกภาพยนตร์ วันนี้เรามี 5
ภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลจากสุดยอดผ้กำกับอย่าง สตีเว่น
สปีลเบิร์ก มาฝาก ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้างไปดูกันเลย
1.Jurassic Park
เป็นผลงานที่ยืนยันความเป็นพ่อมด
แห่งฮอลลีวูดในตัวเขาได้อย่างชัดเจนที่สุด
ในการร่วมมือกับนักเขียนบท ไมเคิล คริชตัน
ที่ดัดแปลงจากงานเขียนอันโด่งดังของตัวเขาเอง
ร่วมด้วยมือสเปเชียลเอฟเฟคอย่าง ฟิล ทิปเป็ท และ สแตน วินสตัน
ที่ช่วยกันสร้างภาพที่เป็นเหมือนการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ของประวัติศา
สตร์ภาพยนตร์โลกยุคใหม่ Jurassic Park
ทำสถิติเป็นหนังที่ทำรายได้มากที่สุดในโลกในยุคสมัยของมัน (914ล้านเหรียญในปี 1993)
จนต้องทำกันออกมาอีก 2 ภาค
แต่ไม่มีภาคไหนเทียบความสำเร็จได้เท่าภาคเปิดตัวชิ้นนี้
2.Saving Private Ryan
หลังจากผ่านงานบรรยายการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และการค้าทาสจาก
Schindler’s List และ Amistad มาแล้ว
สปีลเบิร์กก็กลับมาด้วยหนึ่งในหนังสงครามยุคใหม่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์
หนังมาด้วยการเล่าเรื่องอันเป็นเอกลักษณ์ที่
ให้ตัวละครที่ธรรมดาไปตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดา
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากเปิดตัวการยึดหาดนอร์มังดี
ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นฉากสงครามที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่มีการถ่ายทำกันมา
จนตัวหนังได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์ถึง 11 สาขาในปีนั้น
และส่งให้เขาได้รับออสการ์สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมในครั้งที่ 2 ไปครอง
3.Jaws
ต้นตำรับของหนังปลาฉลามสัตว์ร้ายใต้ท้องทะเล
ซึ่งเรื่องนี้นับเป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องลำดับที่สองของเขา
ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อเข้าฉาย
ทั้งรายได้และคำวิจารณ์ จนมีชื่อเข้าชิงรางวัลหลายสถาบัน
ทั้งลูกโลกทองคำ และรางวัลออสการ์
4.Catch Me If You Can
โดยเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของ แฟรงค์ อบาเนล
ผู้ที่ปลอมตัวเป็นนักขับเครื่องบิน, หมอ, ทนาย
และลอยนวลด้วยการขโมยแบงค์ปลอมนับล้าน ทั้งๆ
ที่ยังไปพ้นวัยมัธยมด้วยซ้ำ
เป็นผลงานที่แสดงให้เห็นอีกครั้งว่าเขายอดเยี่ยมในการ
ทำหนังที่นักวิจารณ์ชื่นชอบและประสบความสำเร็จทางรายได้มากมายแค่ไหน
นอกจากจะส่งให้ คริสโตเฟอร์ วอลเคน
ในบทคุณพ่อจอมเสี้ยมได้ชิงออสการ์สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม
5.Schindler’s List
หนังฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวของนาซี
ที่สปีลเบิร์กตัดสินใจสร้างมันด้วยตัวเองในปีเดียวกับที่เขาสร้างหนังไดโนเสาร์สุดดัง
โดยเปลี่ยนแปลงสไตล์การถ่ายทำจากภาพที่หวือหวามาเป็นภาพยนตร์
ขาวดำที่เคร่งขรึม ฝีมือการกำกับภาพของ ยานูซ คามินสกี
เพื่อให้ฉีกจากหนังฮอลลีวูดอื่นๆ ที่เคยทำๆ กัน
เกิดเป็นผลงานภาพยนตร์ที่สะเทือนใจที่สุดที่เขาเคยสร้างมา
Schindler’s List กวาดรางวัลมามากมายทั้งออสการ์, ลูกโลกทองคำ…

ภาพยนต์

สุดยอด 8 หนังโรคจิต ที่ต้องตามหามาดู

Funny Game 1997
หนังสุดหดหู่ของ Michael Haneke เรื่องราวของแขกที่ไม่พึงประสงค์
ที่มาขอไข่ไก่กับครอบครัวหนึ่ง แล้วเริ่มใช้จิตวิทยาแบบเบาๆ
จนความโหดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนไปถึงการเล่นเกมส์สุดโรคจิตของชายหนุ่มหน้าตาดี
เป็นหนังที่เล่นกับจิตใจคนดูเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้คนดูจิตตกได้หลายวัน
เรื่องนี้มีการรีเมคในปี 2007 ด้วย แต่ผมชอบต้นฉบับมากกว่า
Men Behind The Sun จับคนมาทำเชื้อโรค 1988
หนังเก่ามากแล้วเคยดูตอนเด็ก และกลับมาดูอีกรอบก็ยังสยอง
เรื่องราวในสมัยสงครามโลกครั้งที่2 กองทัพญี่ปุ่นบุกเข้าสู่นานกิง
ทดลองเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายต่างๆนานา ทดลองอาวุธชีวภาพกับมนุษย์ หรือ
ทดลองวิทยาศาสตร์วิปริต จับคนเข้าไปไว้ในห้องความดันจนถึงศูนย์
จนตับไตไส้พุงทะลักออกมา
ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์พวกนี้เป็นเรื่องจริงที่มนุษย์เคยทำกับมนุษย์
Snuff 102
หนังสัญชาติอาเจนติน่าสุดดิบเถื่อน
ที่ถูกยกให้เป็นหนังสนัฟฟ์ฟิล์มสุดเถื่อนอันดับต้นๆของโลก
เรื่องราวของนักข่าวสาวที่ตามหาต้นตอของฟิล์มหนังสนัฟฟ์สุดโหด
กับฆาตกรโหดที่ฆ่าคนจำนวนมากมายเพื่อถ่ายหนังสนัฟฟ์ใต้ดิน
ใครดูจบแบบไม่ปิดตาได้นะ สุดยอด
Elephant 2003
นี่ไม่ใช่หนังวัยรุ่นใสๆแต่อย่างใด
เป็นเรื่องที่สร้างจากเรื่องจริงที่เด็กวัยรุ่นในสหรัฐถือปืนมากราดยิงเพื่อนๆใน
โรงเรียน มันไม่ใช่หนังที่ไล่เชือดแล้วเห็นเลือด
แต่เหนือกว่าเพราะมันสร้างจากเรื่องจริง ดูแล้วทั้งเครียดและหดหู่จริงๆ
Battle Royal 2000
เกมนรก โรงเรียนพันธุ์โหด หนังโหดเรื่องแรกที่ผมชอบ
(แอบโหดมาตั้งแต่เด็ก) สร้างจากการ์ตูนชื่อดัง สำหรับคนที่ชอบ Hunger Game
ในยุคนี้ ขอบอกว่าเรื่องนั้นความโหดมันเด็กๆเมื่อเทียบกับ BR
เนื้อเรื่องไม่มีอะไรมาก จับเด็กเลวมาอยู่ในเกาะให้ฆ่ากัน
คนที่เหลือรอดเพียงคนเดียวเป็นผู้ชนะ
salo 120 days of Sodom 1975
หนังอันตรายอีกเรื่องที่เขาว่ากันว่าสุดโหดและวิปริต
แต่ผมดูมันก็ไม่โหดเท่าไหร่นะ แต่วิปริตสุดๆ
เรื่องของค่ายฟาสซิสต์จับเด็กหญิงและเด็กชายมาทดลองจิตวิทยาแบบวิปริต 120
วัน ดูแล้วหดหู่ไปหลายวันเลยทีเดียว
Cannibal Holocaust เปรตเดินดินกินเนื้อคน 1980
หนังคัลท์ในตำนาน
เมื่อนักศึกษากลุ่มนึงเดินทางไปลุ่มน้ำอเมซอนเพื่อถ่ายทำสารคดี
ได้พบกับคนป่ากินคน หนังฟิล์มยุคเก่าๆแบบนี้ดูดิบดี และ
ฉากที่กินเต่าทำใครต่อใครอ๊วกมาหลายคน
เชือดก่อนชิม 2009
หนังไทยเราก็มีหนังจิตๆเหมือนกัน ตอนแรกจะใส่ 13 เกมส์สยอง
แต่ก็ยังไม่โหดพอ การชำระด้วยการจับคนมาทำก๋วยเตี๋ยว ใหม่ เจริญปุระ
เล่นออกมาจิตมากๆขอบอก…

ภาพยนต์

ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1998 : Mulan

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1998
เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น Mulan หรือ มู่หลาน
ภาพยนตร์แอนิเมชั่นจากค่าย Walt Disney
ที่ดัดแปลงมาจากตำนานวีรสตรีของจีน ภายใต้ฝีมือการกำกับของ
โทนี่ แบนครอฟท์ และ แบร์รี่ คุ๊ก
ภาพยนตร์ Mulan หรือ มู่หลาน
กล่าวถึงเรื่องราวของสาวน้อยผู้ที่เข้าร่วมกองทัพแห่งจักรพรรดิ
เพื่อปกป้องชีวิตของบิดา แต่เพราะความที่เป็นสตรีทำให้ มู่หลาน
ต้องปลอมตัวเองเป็นผู้ชาย เพื่อที่จะไม่ให้ใครรู้
สุดท้ายด้วยความสามารถของ มู่หลาน
เธอจึงสามารถชนะศึกต่างๆ มาได้ตลอด
ทำให้เป็นเกียรติแห่งวงศ์ตระกูลและประเทศชาติจึงนับได้ว่าเป็นก้าวใหม่ของการ์ตูนดีสนีย์
ที่นำเอาเรื่องราวต่างชาติมาทำเป็นแอนิเมชั่น
ขณะเดียวกัน Mulan หรือ มู่หลาน
ยังเป็นแอนิเมชันเรื่องยาวเรื่องแรกที่สร้างกัน
ที่แผนกเเอนิเมชั่นเรื่องยาวของสตูดิโอ Disney รัฐฟลอริดา
ที่เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1989
อันกลายเป็นก้าวแรกที่สำคัญลากยาวมาจนถึงปัจจุบันของ Walt Disney
ซึ่งแม้ Mulan หรือ มู่หลาน
จะเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นหรือหนังการ์ตูน
แต่เนื้อเรื่องกลับสอดแทรกความคิดขบถต่อสังคมเอาไว้มากมาย
ทำให้หนังกวาดรายได้จากการเข้าฉายทั่วโลกกว่า 300
ล้านดอลลาร์ ทั้งที่ใช้ทุนสร้างแค่ 90 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ความที่ Walt Disney
ซึ่งเป็นค่ายหนังตะวันตก
นำประวัติศาสตร์ของตะวันออกไปถ่ายทำ
ก็ก่อให้เกิดความผิดพลาดที่ไม่ควรปล่อยผ่านไปได้
ภายในภาพยนตร์แอนิเมชั่น Mulan หรือ มู่หลาน โดยเฉพาะประเด็นต่างๆ
ในการ์ตูนเรื่องนี้ที่แอบแฝงอยู่ภายใต้มุมมองของชาติตะวันตกที่มีต่อตะวันออก
อันเป็นมุมมองจากประเทศเจ้าอาณานิคมในเรื่องของเพศภาวะและ
เพศวิถีของผู้หญิงในประเทศจีน ผ่านการ์ตูนเรื่องนี้
ยกตัวอย่างเช่น การแสดงให้เห็นถึงความเป็น Self
ของเจ้าอาณานิคมหรือโลกตะวันตก และ Other
ของจีนหรือโลกตะวันออกอย่างชัดเจน
ซึ่งผู้สร้างได้ให้บทบาทต่อประเทศจีนว่าเป็นประเทศที่มีการเหยียด
เพศ ภายใต้บริบททางสังคมที่ชายเป็นใหญ่
หรือการถ่ายทอดรูปร่างลักษณะของคนเอเชีย
ในมุมมองของผู้สร้างชาวตะวันตกที่มีทั้งเชื้อชาติและสีผิวแตกต่างจากผู้คนฝั่งตะวันออกอย่างสิ้นเชิง
โดยเฉพาะทหารชาวจีนในการ์ตูนเรื่องนี้จะเห็นได้ว่ามีรูปร่างผอม
ไป อ้วนไป หรือไม่สมส่วน ทำให้ตัวการ์ตูนออกมาในลักษณะตลกคล้ายกับลิง
ทำให้นึกถึงคำศัพท์เชิงดูถูกที่ชาติตะวันตกใช้เรียกคนเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุด Mulan
ก็กลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จงดงามเรื่องหนึ่งของ Walt Disney
อีกทั้งภายหลังแนวคิดที่มีในภาพยนตร์เรื่องนี้จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นตามเวลาก็ตาม
อีกทั้งฮอลลีวู้ดยังมีแผนนำมารีเมคเป็นฉบับคนแสดงจริงอีกด้วยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า…

ภาพยนต์

เฮอร์รี่ โก ราวด์

Hurry Go Round : ฮิเดะ คนใหม่
หมวดหมู่ : Documentary ,ศิลปะ , ญี่ปุ่น , เพลง
กำกับโดย : โทโมจิ อิชิคาวะ
วันที่เข้าฉาย : 17 มกราคม 2019
ภาพยนตร์ที่ได้สร้างขึ้นในวาระครบรอบ 20 ปีของ มัตสึโมโตะ ฮิเดโตะ 
หรือ ฮิเดะ อดีตสมาชิกวง X Japan ที่ได้จากโลกใบนี้ไปตั้งแต่ 2 พ.ค. 1998 
โดยปัจจุบันครบวาระของ ฮิเดโตะ แล้วจึงได้มีโปรเจคหนังที่มีชื่อว่า Hurry Go Round: ฮิเดะ คนใหม่ 
โดยเป็นภาพยนตร์แนว Documentary ของผู้กำกับ โทโมจิ อิชิคาวะ
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง Hurry Go Round : ฮิเดะ คนใหม่ 
นั้นเป็นวาระครบ 20 ปีของนักร้องดัง มัตสึโมโตะ ฮิเดโตะ 
ก็คือปีนี้ 2018 นับตั้งแต่ 1998 ซึ่งได้มีการเข้าฉายในประเทศญี่ปุ่นเมื่อพฤษภาคมที่ผ่านมา 
ส่วนบ้านเราจะได้ชมรอบปกติในมกราคมปี 2019 ซึ่งก็เป็นเวลานานพอสมควร
Hurry Go Round : ฮิเดะ คนใหม่ นับเป็นเวลานานถึง 20 ปี
ตั้งแต่ “ฮิเดะ” จากแฟนๆไป เขาได้เกิดมาทำให้คนทั้งโลกต้องจดจำ 
เขาคือนักดนตรีผู้มีชื่อว่า มัตสึโมโตะ ฮิเดโตะ หรือ ฮิเดะ 
อดีตสมาชิกวง X Japan โดยผู้กำกับ โทโมจิ อิชิคาวะ 
จะพาไปเล่าเรื่องราวถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนักดนตรีชื่อดัง 
โดยหนังเรื่องนี้การถ่ายทำในวันก่อนที่เขาจะเสียชีวิต 
แล้วก็นี่เป็นครั้งแรกที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณชน 
เราจะได้เห็นการมีชีวิตในวันสุดท้ายของ ฮิเดะ 
เขาเดินทางไปทั่วทั้งญี่ปุ่นและ Los Angeles ซึ่งเป็นวันน่าเศร้าเหลือเกิน
ในหนังเรื่องนี้มีการตั้งคำถามว่า ฮิเดะฆ่าตัวตายหรือเป็นอุบัติเหตุ 
ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้การตายของเขาได้เลย
แต่ว่าเชื่อไหมการจากไปของนักดนตรีชื่อดังรายนี้มีแฟนคลับฆ่าตัวตายตามฮิเดะไปด้วยซึ่งเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริงๆ
สารคดีเรื่องนี้จะน่าชมขนาดไหน 17 ม.ค. 2019 เจอกันที่โรงภาพยนตร์…

ภาพยนต์

Kursk – หน่วยจู่โจมนรกใต้น้ำ

Kursk – หน่วยจู่โจมนรกใต้น้ำ
ประเภท : Drama,หนังแอคชั่น
ผู้กำกับ : โธมัส วินเทอร์เบิร์ก
ดารา : เลอา แซดู, มาทิอัส โชนาร์ท, วัวลิน เฟิร์ธ
วันที่ฉาย : 10 มกราคม 2562
ภาพยนตร์แอคชั่นสุดระทึกต้อนรับปีใหม่ 2019 ที่กำลังเข้ามาถึง Kursk – หน่วยจู่โจมนรกใต้น้ำ
หนังต้อนรับปีใหม่ของผู้กำกับ โธมัส วินเทอร์เบิร์ก
ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Toronto International Film Festival
เมื่อก.ย.ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกและก็แน่นอนว่าก็เป็นหนังที่เข้าตาผู้ใหญ่หลายๆคน
Kursk – หน่วยจู่โจมนรกใต้น้ำ
เป็นภาพยนตร์ที่ได้เค้าโครงมาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ของรัสเซีย
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ล้วนเป็นการทำประวัติศาสตร์ซ้ำขึ้นมาใหม่อีกครั้งให้คนรุ่นหลังๆ
ได้ดูกันว่า รัสเซีย จะต้องต่อสู้เพื่อประเทศแค่ไหน แสดงนำโดย โคลิน เฟิร์ธ (Colin Firth),
ลีอา แซดู (Léa Seydoux), มาธิอาส เฌอร์นาร์ตส (Matthias Schoenaerts)
และก็เรื่องเศร้าๆของดาราเรื่องนี้คือ ไมเคิล นีควิสต์ (Michael Nyqvist)
ที่เขาได้ทิ้งผลงานเรื่องนี้ไว้เป็นเรื่องสุดท้ายก่อน จะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดในมิ.ย. ปี 2017
เรื่องย่อ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ K-141
เกิดระเบิดและจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลแบเรนท์สเมื่อส.ค. ปี 2000
โดยเหตุการณ์นี้จำเป็นต้องเสียลูกเรือชาวรัสเซียเสียชีวิต 118 ศพ
ลูกเรือที่รอดชีวิตจากการระเบิด 23 คน ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อคอยความหวังให้มีคนมาช่วย
พวกเขาต้องอยู่ภายใต้ความกดดันมากมายก่อนที่ออกซิเจนจะหมด
ซ้ำร้ายกว่านั้นรัฐบาลรัสเซียยังปฏิเสธความช่วยเหลือจากรัฐบาลนานาประเทศ
ทำให้ครอบครัวลูกเรือต้องต่อสู้กับระบบราชการเพื่อช่วยชีวิตคนที่พวกเขารัก
แม้โอกาศที่มองเห็นจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม
เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นช่างเป็นช่วงเวลาลุ้นระทึก
เรามาลุ้นไปด้วยกันใน 10 ม.ค. 2562 ที่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ…

ภาพยนต์

ภาพยนตร์แนวหลอนส่งท้ายปี Malicious – ไม่ไปเกิด

Malicious – ไม่ไปเกิด
ประเภท : Thriller,หนังผี
ผู้กำกับ ไมเคิล วินนิค
นักแสดง โบโจน่า โนวาโควิค, โจช สจ๊วต, เดลรอย ลินโด้
วันที่เข้าฉาย : 05 ธ.ค. 2018
ภาพยนตร์แนวหลานที่จะออกมาให้เราได้ชมกันส่งท้ายปี Malicious – ไม่ไปเกิด 
ผลงานการกำกับหนังของ ไมเคิล วินนิค 
ผลงานหลอนระทึกล่าสุดจากผู้อำนวยการสร้าง Get Out 2017
หรือแม้แต่ BlacKkKlansman ที่เพิ่งเข้าฉายไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมา 
ผลงานแต่ละเรื่องที่พี่เขากำกับนั้นได้รับเสียงตอบรับกับคนดูอย่างดีเยี่ยม
Malicious – 
ไม่ไปเกิด เป็นหนังสยองขวัญที่จะมาส่งท้ายที่ 2561
ให้แฟนหนังได้ดูกันโดยมีนักแสดงจะมารับมีดังนี้ โบโจน่า โนวาโควิค,
โจช 
สจ๊วต, เดลรอย ลินโด้ จะน่าสนุกขนาดไหนไปรับรู้เนื้อเรื่องย่อกันก่อนเลย
เรื่องย่อ เมื่อสามีภรรยาคู่หนึ่ง อดัม (รับบทโดย จอช สจ๊วต)
ศ.จ.หนุ่ม และ ลิซ่า (รับบทโดย โบยาน่า โนวาโควิช)
ทั้งคู่จะต้องพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ลิซ่า 
สูญเสียลูกไปจากการแท้งโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้เธอไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป ลิซ่า 
กลายเป็นผู้มีปมถูกหลอกหลอนการตามติดขอวิญญาณสุดเฮี้ยน 
ที่แม้แต่ความตายก็ไม่สามารถพรากสายสัมพันธ์นี้ได้ 
นับวันเวลาผ่านไปเรื่องราวยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น 
เธอไม่รู้เลยว่าเด็กที่ได้เสียไปจากการแท้งไม่รู้สาเหตุนั้น เป็นเด็กที่มาจาก สวรรค์” หรือ นรก
พร้อมกันหรือยัง พร้อมที่จะมาหาความจริงใน Malicious – ไม่ไปเกิด 
กันหรือยัง เตรียมตัวกันให้พร้อม ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ นี้ 
รับรองว่าความหลอนนั้นมาเต็มระบบผลงานล่าสุดจากโปรดิวเซอร์ระดับออสการ์ จาก Get Out “ไมเคิล วินนิค

ภาพยนต์

รีวิว – Penguin Highway

ไม่รู้จะเรียกหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้ว่าเป็นแนวไหนดี ผจญภัย ดราม่า ไซไฟ แฟนตาซี
หรือ coming of age เพราะมันมีแทบทุกอย่างนี้อยู่ในหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้หมดเลย
หนังว่าด้วยเรื่องของเด็ก ป.4 ที่ตกหลุมรักผู้ช่วยทันตแพทย์สาวคนสวย หนุ่มน้อยผู้ช่างวิเคราะห์ ตั้งคำถาม
แล้วก็ชอบวิจัยทดลองเหมือนนักวิทยาศาสตร์อย่างไรแบบนั้น
เขาจะต้องมาหาคำตอบปริศนาเกี่ยวกับการปรากฏตัวลึกลับของเพนกวินในเมืองที่เขาอาศัยอยู่
ถ้าเกิดดูจากองค์ประกอบโปสเตอร์ ตัวอย่าง หรือภาพต่างๆของหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้
บางทีอาจจะมีความรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นหนังอนิเมชั่นที่เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย
แต่ว่าพอได้ดูจบจะต้องพูดว่ามันไม่ใช่เลย หนังมันเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องคิด วิเคราะห์ ตีความ
หาความหมายของหลายๆอย่าง ผู้ใหญ่บางคนบางทีอาจจะฉงนปวดหัวกับประเด็นในหนังเลยก็ว่าได้
ถึงแม้หนังจบไปแล้วก็ยังทิ้งท้ายไว้ให้ขบคิดอีกมากมาย

หนังมีครบถึงความเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นมากๆเรื่องราวของกลุ่มสหาย มีความรักกุ๊กกิ๊กในวัยเรียน
เพื่อนสนิทที่ดูตรงไปตรงมาเพื่อนตัวใหญ่ๆขี้แกล้ง
เด็กผู้หญิงน่ารักประจำห้อง พี่สาวแสนสวย เพนกวิน
ความแฟนตาซี และก็สัตว์ประหลาด! ส่วนประกอบที่เชิญชวนให้เรื่องราวมันมีชีวิตชีวา
ต่างก็มีครบหมดในหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้
หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องได้อย่างสดใส สนุกสนาน ไม่มีเบื่อเลย เพลิดเพลินมาก
ในช่วงแรกหนังจะพาพวกเราไปให้เห็นตัวตนของตัวเอก
รวมทั้งเจ้าเพนกวินปริศนาที่แสนจะน่ารักได้อย่างราบรื่น
ดูไปยิ้มไป และก็จากนั้น หนังก็เริ่มทยอยใส่ปัญหา และก็ตั้งข้อซักถามกับผู้ชมเยอะไปหมด
เนื่องจากว่าตัวนำของหนัง เด็ก ป.4 ที่เปรียบดั่งนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามตั้งคำถาม หาคำตอบ ทดลอง
เกี่ยวกับสิ่งที่เขาเจอ ทำให้คนดูต้องคิดตามตัวเอกไปโดยปริยาย
แล้วก็มันดันสนุกกับการหาคำตอบของสิ่งเหล่านั้นไปพร้อมกับการดำเนินเรื่องซะด้วย
ที่พูดว่ามันไม่เหมาะสมกับเด็ก ก็เนื่องจากว่าส่วนนี้แหละ ปริศนาที่มากมาย มันก็ไม่ได้เข้าใจง่าย
แล้วก็มันก็ไม่ได้คำตอบที่แท้จริงให้กับปริศนาเหล่านั้น
พอคลี่คลายอย่างนึง มันก็มีปริศนาหรือปัญหาใหม่ผุดขึ้นมาให้หาคำตอบเรื่อยๆ
ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ใช่แค่เด็กหรอกที่งง ผู้ใหญ่อย่างเราๆก็อึ้งไปพอควรเลยล่ะ
และก็อีกอย่างที่ไม่เหมาะเพราะว่า มันมีประเด็นเกี่ยวกับหน้าอกของผู้หญิงด้วย
ถ้าพาลูกหลานไปดูอาจจะตอบคำถามลูกๆหลานๆยากเหมือนกันเกี่ยวกับประเด็นที่ตัวเอกในเรื่องสงสัยว่า

“เพราะเหตุใดหน้าอกของพี่สาวให้ความรู้สึกต่างจากหน้าอกของแม่”
สิ่งที่ชอบของหนังอเนิเมชั่นเรื่องนี้เลยคือภาพ ต้องบอกว่าภาพสวยมาก
สดใสมากถึงมากที่สุด ทำให้มีความรู้สึกสบายตา ดูไปแล้วก็บันเทิงใจ สดใส สนุก น่ารัก
ด้วยภาพแบบนั้นรวมทั้งเรื่องราวที่ส่งเสริมกัน ยิ่งทำให้ความรู้สึกดีที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ไปเลย
อีกทั้งตัวหลักของเรื่องอย่างเด็ก ป.4 ที่เป็นองค์ประกอบและตัวละครในหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้ที่ดูมีมิติมากๆ
ด้วยความที่ดูผู้ใหญ่ คอยหาคำตอบสิ่งต่างๆแต่เป็นเด็ก ดูฉลาด แต่แอบทะลึ่งหน่อยๆ
รวมกันแล้วมันเลยกลายเป็นตัวละครที่น่ารัก และสร้างสีสันและเสน่ห์ให้กับหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้มากๆ
ถ้าเนื้อเรื่องแบบเดียวกันแต่เป็นเวอร์ชั่นคนแสดง มันอาจจะไม่สนุกเท่านี้ก็ได้
ด้วยความที่เป็นภาพการ์ตูนจึงทำให้เนื้อเรื่องดูง่ายขึ้น ถ้าเป็นคนแสดง เชื่อว่าหนังจะดูซับซ้อนขึ้นเยอะ
ถึงแม้บทสรุปของเรื่องราวที่เหมือนจะจบ แต่มันก็ยังไม่จบ
ยังชวนให้คนดูไปขบคิดต่อกับเรื่องราวที่เป็นปัญหาที่ยังหาคำตอบไม่ได้
ในส่วนนั้นมันก็ยิ่งทำให้หนังอนิเมชั่นหัวข้อนี้สนุกเข้าไปใหญ่
โดยรวมแล้วถือว่าชอบเลยทีเดียว ภาพสวย เรื่องราวสนุกกับความน่ารักต่างๆดูไปยิ้มไป สงสัยไป ปะปนกันได้เพลิน
บางครั้งสิ่งที่เราหาคำตอบไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เสมอ…

ภาพยนต์

Jurassic World – Fallen Kingdom

เป็นหนังที่ปล่อยหมัดฮุกตลอดเวลา แทบไม่มีเวลาให้เราได้พักหายใจ ดำเนินเรื่องเร็ว
ลุ้นระทึกตลอดเวลา เป็นหนังที่เอนเตอร์เทนผู้ชมที่ไม่ค่อยชอบความน่าเบื่อ (แต่บทก็อ่อนหลังอย่างเห็นได้ชัด)
ภาพสวย ใครชอบไดโนเสาร์ ต้องชอบแน่ๆ เพราะออกมาหลายตัว ปล่อยออร่าความเท่มาเต็มๆ T-rex
พระเอกในทุกๆ ภาค ก็มีให้ชื่นชมกันอยู่หลายฉาก อีกอย่างใครที่ได้ดู IMAX3D ก็จะเพิ่มอรรถรสในการชมขึ้นอีกมากๆ เลยทีเดียวครับ

บทหนัง เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง
การดำเนินเรื่องอย่างที่บอกไป ปล่อยหมัดฮุกแทบตลอดทั้งเรื่อง และดำเนินเรื่องเร็วมาก
อยากเห็นไดโนเสาร์จัดไป อยากเห็นฉากวิ่งหนีตายก็จัดให้ทั้งเรื่อง
คือหนังสนองความต้องการของเราทุกอย่างแต่ข้อเสียก็คือเนื้อเรื่องหรือบทหนังไม่ค่อยมีอะไร
ใครที่ดูตัวอย่างหนังก็แทบเดาตอนจบของเรื่องได้แล้ว ไม่มีอะไรแปลกใหม่จากตัวอย่างหนังสักเท่าไร
(ตัวอย่างเอาฉากเด็ดๆ มาออกเกือบหมด เสียดายของมาก พอมาดูในหนังกลายเป็นว่าไม่ตื่นตาตื่นใจแล้ว)
ไดโนเสาร์ที่ปรากฎในเรื่องมีแทบครบ อยากเห็นตัวไหนก็มีหมด และในหนังก็ชูบลู หรือแร็บเตอร์ เป็นตัวเด่นแทบทั้งเรื่อง
ใครที่ชอบบลูจากภาคที่แล้วเรื่องนี้ต้องชอบยิ่งขึ้นไปอีก (ฉากมุงมิ้งนี่เยอะมาก)

คุณภาพของภาพและเสียง
ตัวผมเองได้ดูในระบบ IMAX3D ก็ชอบมากเลยนะโดยเฉพาะเสียง
ฉากภูเขาไฟระเบิดนี่คือพื้นโรงหนังสั่นสะเทือนหนักมาก เหมือนเราอยู่ในเหตุการณ์เลย
ฉากที่มีเสียงดังแล้วทำให้เราตกใจก็มีหลายฉาก แต่ข้อด้อยคือ 3D
ที่ทำให้เห็นภาพนูนนั้นทำได้ไม่ค่อยดีเลย เรารู้สึกถึงความลึกและมิติของภาพ
แต่ก็ไม่มากพอจะให้เราตื่นตาตื่นใจสักเท่าไร ทางด้าน CG ต้องบอกว่าเนียนมาก
เหมือนจริงมาก เหมือนเราได้เห็นไดโนเสาร์ตัวจริงๆ เลย

ด้านดี
แน่นอนหนังเอนเตอร์เทนคนดูมาก คือเข้าไปดูไม่ง่วงเลยตื่นเต้นตลอดเวลา
นักแสดง Chris Pratt ก็แสดงดีมาก มุกฮาคือฮา ช่วงดิบเถื่อนพี่แกก็ทำได้ดี
พี่แกถือเป็นข้อดีมากๆของหนังในเรื่องนี้ และในตัวระบบ IMAX3D มีระบบเสียงที่กระฮึ่ม
ยอมรับว่าฉากภูเขาไฟระเบิดนี่ตื่นเต้นมากๆ เสียงดังจนพื้นสั่น แบบว่าตื่นเต้นเหมือนเราอยู่ตรงนั้นจริงๆ

ด้านแย่
การดำเนินเรื่อง ตื่นเต้น รวดเร็ว ทำให้เนื้อหาในหนังหายไปเยอะมาก
แทบไม่มีอะไรเลย เนื้อเรื่องเดินเป็นเส้นตรง เดาได้ตั้งแต่เราดูตัวอย่างหนังแล้ว
แต่ถ้าดูเอามันส์ ด้านแย่อันนี้ก็แทบไม่ต้องสนใจครับ ไปดูเถอะสนุกมาก เป็นสองชั่วโมงที่เวลาผ่านไปเร็วมากเลยครับ
ส่วนตัวหลังจากดูจบก็ต้องบอกว่าชอบมากนะ ตื่นเต้นทั้งเรื่องแทบไม่ง่วงเลย
หนังเอนเตอร์เทนคนดูได้เก่งมาก ใครชอบดูฉากไล่ลาคนของไดโนเสาร์ ภาคนี้ก็ไม่ทำให้เสียใจ มีครบ สนุกมาก วันไหนว่างตีตั๋วไปชมได้เลยครับ…

ภาพยนต์

รีวิว The Ritual

The Ritual หนังสยองบนเน็ตฟลิกซ์ที่มีเนื้อเรื่องและโปรดักชั่นน่าสนใจมาก
แม้จะไม่มีดาราดังเลยก็ตามแต่ก็ทำให้จดจ่อได้และก็
หนังยังได้รับรางวัลด้านเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม
จากเวที British Independent Film Award 2017 อีกด้วย
หนังใช้ฉากหลังของประเทศสวีเดน โดยเฉพาะป่าสนทึบที่เสมือนจะโปร่งแต่ว่าก็อึดอัด
แล้วก็ระหว่างต้นก็มีช่องว่างให้รู้สึกมีบางอย่างซ่อนเร้นและแอบเฝ้ามองเราอยู่
และป่าสนทึบนี่แหละที่เป็นตัวเอกสำคัญให้ผู้กำกับ เดวิด บรักเนอร์
ที่เคยผ่านงานสยองในตอน Amateur Night มาแล้ว
เรียกว่าเป็นผู้กำกับที่สร้างฉากสยองขวัญได้น่าจดจำมาก
หนังสร้างจากนิยายของ โจ บาร์ตัน และก็ อดัม เนวิลล์
เล่าเรื่องของเพื่อนชายหนุ่มใหญ่ 4 คนที่นัดกันไปเดินป่าเพื่อผ่อนคลาย
และพักใจหลังการจากไปของเพื่อนในกลุ่ม
แต่พวกเขาเปลี่ยนแผนเดินลัดเข้าป่าแทนที่จะเดินอ้อมตามทางที่แผนที่บอกไว้
เขาพบซากสัตว์ที่ตายอย่างทารุณปักไว้บนยอดไม้ และสัญลักษณ์แปลกๆ
ที่สื่อถึงพิธีกรรมของพวกแม่มด และยังมีเสียงที่น่าขนลุกด้วย
แล้วก็การเปิดตัวของต้นเสียงปริศนาทำได้ดีมากสมแล้วที่ได้รางวัลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม
ทำให้พวกเรานึกถึงหนังสยองขวัญที่สื่ออารมณ์ เช่น The Blair Witch Project (1999)
และ Book of Shadows: Blair Witch 2 (2000)
แต่ว่าเพราะเหตุว่าบรรยากาศในป่าก็ทำให้ปีศาจที่เร้นกายอยู่มองน่ากลัวมากขึ้น
แถมยังบ่งบอกถึงกรรมในอดีตที่ติดตัวมาของแต่ละคน ทำให้เห็นความสยองที่ต่างกันไป
เรียกได้ว่าเป็นหนังที่น่าติดตามดูอย่างมากเลยทีเดียว ใครมีช่อง เน็ตฟลิกซ์ ก็ห้ามพลาดเด็ดขาดเลย
เพราะนี่คือหนังสยองขวัญที่การันตีด้วยรางวัลที่คุณจะต้องจดจำไปอีกนาน…

ภาพยนต์

Spies in Disguise – สุดยอดสายลับล้าลา

Spies in Disguise – สุดยอดสายลับล้าลา
ประเภท : Adventure,Animation,หนังแอคชั่น
ผู้กำกับ : Nick Bruno , Troy Quane
นักแสดง: Karen Gillan, Tom Holland, Will Smith
ค่าย : 20th Century Fox
วันที่ฉาย : 11 เม.ย. 2562
ภาพยนตร์แอนิเมชั่นคอมเมดี้ ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกส์, เชอร์นิน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ รวมทั้ง
บลูสกายสตูดิโอ ภูมิใจเสนอ Spies in Disguise – สุดยอดสายลับล้าลา
กำกับโดย นิค บรูโน่ และ ทรอย เควาน
มารับหน้าที่กำกับคู่กัน ส่วนเสียงพากย์นั้นนำโดย วิล สมิธ และ
ทอม ฮอลล์แลนด์ ให้เสียงตัวละครหลักในเรื่องนี้ Spies in Disguise – สุดยอดสายลับล้าลา
เป็นอนิเมชั่น 3 D ที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ล้วนๆภายใต้การอำนวยการสร้างของฟ็อกซ์
ร่วมกับบลูสกายสตูดิโอ และเชอร์นิน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
ล่าสุดทางค่ายได้ปล่อยตัวอย่างออกมาให้พวกเราได้ดูจะบันเทิงใจแค่ไหน ไปดู!
ตัวอย่าง https://youtu.be/GPmM9ypv-ro
เรื่องย่อ Spies in Disguise เรื่องราวของคู่หูสายลับสุดแกร่งออกโจรกรรมระหว่างชาตินำกลุ่มโดย
แลนซ์ สเตอร์ริง สายลับที่เจ๋งที่สุดในโลก ไม่ว่าความเท่ เสน่ห์ และก็ความสามารถเก่งระดับเทวดา
การเป็นสายลับผจญอันตรายต่างๆเป็นเรื่องที่แสนธรรมดาสำหรับ แลนซ์ สเตอร์ริง
และมาพร้อมกับวอลเทอร์ คนที่มีจิตใจดีแล้วก็แทบจะตรงกันข้ามกับแลนซ์โดยสิ้นเชิง
แต่ว่าเขาเป็นคนที่มีมันสมองเก่งกาจสุดๆแบบหยุดไม่ได้
วอลเทอร์เป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะผู้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้ในภารกิจต่างๆ
เขาได้ใช้มันสมองสร้างสิ่งที่แปลงคู่หูของเขาให้กลายเป็นนกสายลับที่ดูเหลอๆ
แต่เก่งมากจริงๆทั้งคู่ต้องเชื่อใจกันเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
เพื่อกอบกู้โลกใบนี้ที่อาจตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง
เตรียมไปฮากับคู่หูคู่ฮา “แลนซ์ สเตอร์ลิ่ง” และ “วอลเทอร์ เบคเคทท์”
ได้ใน “Spies in Disguise เตรียมเช็คเวลารอบฉายในปีหน้าเอาไว้
อาจจะนานหน่อยแต่อย่าลืมนะ 11 เม.ย. 2562 ที่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ…