ย้อนรอยหนังทำเงินปี 1973 : The Sting

ย้อนรอยหนังทำเงินประจำปี 1973เรื่องที่พลาดไม่ได้ในยุคนั้น เห็นจะหนีไม่พ้น The Sting
ภาพยนตร์ต้มตุ๋นที่ไปไกลถึงการคว้ารางวัลออสการ์และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในหนังที่ดีที่สุดในโลก
ภายใต้มือการกำกับของ จอร์จ รอย ฮิลล์
ภาพยนตร์เรื่อง The Sting กล่าวถึงเรื่องราวของ จอห์นนี่ฮุกเกอร์
ตัวเอกของเรื่องที่ดันไปต้มตุ๋นเงินหนึ่งในสมุนของมาเฟียใหญ่
ดอยล์ ลอนเนแกน โดยบังเอิญทำให้เพื่อนสนิทที่ร่วมตุ๋นด้วยกันอย่าง โจ อีรี่ โดนตามเก็บ
ฮุกเกอร์ จึงหนีมาหาเพื่อนเก่าอย่าง เฮนรี่ กอนดอร์ฟ
แล้วร่วมกันวางแผนเพื่อเอาคืนมาเฟียใหญ่ ลอนเนแกนด้วยวิธีการต้มตุ๋นครั้งใหญ่ โดยที่ ฮุกเกอร์
ยังต้องหนีการตามล่าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เขาดันไปตุ๋นธนบัตรปลอมอีกด้วย
ความยอดเยี่ยมของ The Sting อยู่ที่บทภาพยนตร์ซึ่งผลักดันให้พวกเขาก้าวไปคว้ารางวัลออสการ์
เพราะตลอดทั้งเรื่องคือการต้มตุ๋นนั่นหมายความว่าต้องมีการวางแผนเพื่อหลอกลวงเอาเงินจากเหยื่อดังนั้น The Sting
จึงเป็นภาพยนตร์ที่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมมากมายเพื่อทำให้เหยื่อพลาดท่าติดกับดัก
มันเยี่ยมถึงขนาดที่ว่าสามารถพาคนดูให้หลงกลตามไปด้วยไม่นับรวมแผนการที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน
ปล่อยให้ภาพช่วยอธิบายให้กระจ่างชัดนอกจากนี้ตัวละครที่ต้องตกเป็นเหยื่ออย่าง ลอนเนแกน
ก็ไม่ใช่ตัวละครที่โง่เง่าเต่าตุ่นรอให้เขาหลอกอย่างเดียวหากแต่เป็นเป้าหมายที่ฉลาดทันเกมเหมือนกัน
ซึ่งเหล่านักต้มตุ๋นก็ต้องวางแผนแก้เกมให้ทันและต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าต่างๆ ไม่ให้แผนแตกด้วย
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ The Stingจะกวาดรายได้จากการเข้าฉายทั่วโลกไปกว่า 150 ล้านดอลลาร์
ทั้งที่ใช้งบประมาณแค่ 5.5 ล้านดอลลาร์และได้รับการยกขึ้นหิ้งเป็นภาพยนตร์แนวต้มตุ๋นที่ดีสุดตลอดกาลแบบไม่ต้องเอาใครมาแทบเท่านั้นไม่พอ
การจับคู่ในฐานะดารานำของ โรเบิร์ตเรดฟอร์ด และ พอล นิวแมนคือการประกบคู่ของโคตรดาราในยุคนั้น
หลังเจิดจรัสมาจากภาพยนตร์ Butch Cassidy and the
Sundance Kid ภายใต้ฝีมือการกำกับของ จอร์จ รอย ฮิลล์เช่นกัน
ขณะเดียวกัน ดนตรีประกอบสไตล์ Ragtime ก็ติดหูมากๆมีความคล้าย Jazz
ที่ช่วยลดอารมณ์ของหนังต้มตุ๋นหักเหลี่ยมตามเก็บให้ออกมาดูนุ่ม
นวลมากขึ้น ซึ่ง มาร์วิน แฮมลิสช์ ดัดแปลงดนตรี Ragtime ของสกอตต์ จ็อบลิน ออกมาได้เยี่ยมมาก
อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของโลกหลังผ่านพ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ผู้คนรุ่นเก่าๆ
เริ่มโหยหาถึงอดีต ซึ่งภาพยนตร์ The Sting
ก็สร้างบรรยากาศย้อนยุคสัมผัสกลิ่นอาย ‘Nostalgia’
ของประเทศอเมริกา ในช่วงต้นศตวรรษ 20 th ออกมาได้เยี่ยม
และคุ้มค่าเหลือเกินที่จะเสียเวลา 129 นาทีเพื่อดูหนังเรื่องนี้สักครั้งในชีวิต

About the author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *