Kursk – หน่วยจู่โจมนรกใต้น้ำ

Kursk – หน่วยจู่โจมนรกใต้น้ำ
ประเภท : Drama,หนังแอคชั่น
ผู้กำกับ : โธมัส วินเทอร์เบิร์ก
ดารา : เลอา แซดู, มาทิอัส โชนาร์ท, วัวลิน เฟิร์ธ
วันที่ฉาย : 10 มกราคม 2562
ภาพยนตร์แอคชั่นสุดระทึกต้อนรับปีใหม่ 2019 ที่กำลังเข้ามาถึง Kursk – หน่วยจู่โจมนรกใต้น้ำ
หนังต้อนรับปีใหม่ของผู้กำกับ โธมัส วินเทอร์เบิร์ก
ซึ่งหนังเรื่องนี้ได้เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์ Toronto International Film Festival
เมื่อก.ย.ที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกและก็แน่นอนว่าก็เป็นหนังที่เข้าตาผู้ใหญ่หลายๆคน
Kursk – หน่วยจู่โจมนรกใต้น้ำ
เป็นภาพยนตร์ที่ได้เค้าโครงมาจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ของรัสเซีย
ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในภาพยนตร์ล้วนเป็นการทำประวัติศาสตร์ซ้ำขึ้นมาใหม่อีกครั้งให้คนรุ่นหลังๆ
ได้ดูกันว่า รัสเซีย จะต้องต่อสู้เพื่อประเทศแค่ไหน แสดงนำโดย โคลิน เฟิร์ธ (Colin Firth),
ลีอา แซดู (Léa Seydoux), มาธิอาส เฌอร์นาร์ตส (Matthias Schoenaerts)
และก็เรื่องเศร้าๆของดาราเรื่องนี้คือ ไมเคิล นีควิสต์ (Michael Nyqvist)
ที่เขาได้ทิ้งผลงานเรื่องนี้ไว้เป็นเรื่องสุดท้ายก่อน จะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอดในมิ.ย. ปี 2017
เรื่องย่อ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ K-141
เกิดระเบิดและจมดิ่งลงสู่ก้นทะเลแบเรนท์สเมื่อส.ค. ปี 2000
โดยเหตุการณ์นี้จำเป็นต้องเสียลูกเรือชาวรัสเซียเสียชีวิต 118 ศพ
ลูกเรือที่รอดชีวิตจากการระเบิด 23 คน ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อคอยความหวังให้มีคนมาช่วย
พวกเขาต้องอยู่ภายใต้ความกดดันมากมายก่อนที่ออกซิเจนจะหมด
ซ้ำร้ายกว่านั้นรัฐบาลรัสเซียยังปฏิเสธความช่วยเหลือจากรัฐบาลนานาประเทศ
ทำให้ครอบครัวลูกเรือต้องต่อสู้กับระบบราชการเพื่อช่วยชีวิตคนที่พวกเขารัก
แม้โอกาศที่มองเห็นจะมีเพียงน้อยนิดก็ตาม
เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นช่างเป็นช่วงเวลาลุ้นระทึก
เรามาลุ้นไปด้วยกันใน 10 ม.ค. 2562 ที่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ…

ภาพยนตร์แนวหลอนส่งท้ายปี Malicious – ไม่ไปเกิด

Malicious – ไม่ไปเกิด
ประเภท : Thriller,หนังผี
ผู้กำกับ ไมเคิล วินนิค
นักแสดง โบโจน่า โนวาโควิค, โจช สจ๊วต, เดลรอย ลินโด้
วันที่เข้าฉาย : 05 ธ.ค. 2018
ภาพยนตร์แนวหลานที่จะออกมาให้เราได้ชมกันส่งท้ายปี Malicious – ไม่ไปเกิด 
ผลงานการกำกับหนังของ ไมเคิล วินนิค 
ผลงานหลอนระทึกล่าสุดจากผู้อำนวยการสร้าง Get Out 2017
หรือแม้แต่ BlacKkKlansman ที่เพิ่งเข้าฉายไปไม่กี่เดือนที่ผ่านมา 
ผลงานแต่ละเรื่องที่พี่เขากำกับนั้นได้รับเสียงตอบรับกับคนดูอย่างดีเยี่ยม
Malicious – 
ไม่ไปเกิด เป็นหนังสยองขวัญที่จะมาส่งท้ายที่ 2561
ให้แฟนหนังได้ดูกันโดยมีนักแสดงจะมารับมีดังนี้ โบโจน่า โนวาโควิค,
โจช 
สจ๊วต, เดลรอย ลินโด้ จะน่าสนุกขนาดไหนไปรับรู้เนื้อเรื่องย่อกันก่อนเลย
เรื่องย่อ เมื่อสามีภรรยาคู่หนึ่ง อดัม (รับบทโดย จอช สจ๊วต)
ศ.จ.หนุ่ม และ ลิซ่า (รับบทโดย โบยาน่า โนวาโควิช)
ทั้งคู่จะต้องพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ลิซ่า 
สูญเสียลูกไปจากการแท้งโดยไม่ทราบสาเหตุทำให้เธอไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป ลิซ่า 
กลายเป็นผู้มีปมถูกหลอกหลอนการตามติดขอวิญญาณสุดเฮี้ยน 
ที่แม้แต่ความตายก็ไม่สามารถพรากสายสัมพันธ์นี้ได้ 
นับวันเวลาผ่านไปเรื่องราวยิ่งทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น 
เธอไม่รู้เลยว่าเด็กที่ได้เสียไปจากการแท้งไม่รู้สาเหตุนั้น เป็นเด็กที่มาจาก สวรรค์” หรือ นรก
พร้อมกันหรือยัง พร้อมที่จะมาหาความจริงใน Malicious – ไม่ไปเกิด 
กันหรือยัง เตรียมตัวกันให้พร้อม ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์ นี้ 
รับรองว่าความหลอนนั้นมาเต็มระบบผลงานล่าสุดจากโปรดิวเซอร์ระดับออสการ์ จาก Get Out “ไมเคิล วินนิค

รีวิว – Penguin Highway

ไม่รู้จะเรียกหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้ว่าเป็นแนวไหนดี ผจญภัย ดราม่า ไซไฟ แฟนตาซี
หรือ coming of age เพราะมันมีแทบทุกอย่างนี้อยู่ในหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้หมดเลย
หนังว่าด้วยเรื่องของเด็ก ป.4 ที่ตกหลุมรักผู้ช่วยทันตแพทย์สาวคนสวย หนุ่มน้อยผู้ช่างวิเคราะห์ ตั้งคำถาม
แล้วก็ชอบวิจัยทดลองเหมือนนักวิทยาศาสตร์อย่างไรแบบนั้น
เขาจะต้องมาหาคำตอบปริศนาเกี่ยวกับการปรากฏตัวลึกลับของเพนกวินในเมืองที่เขาอาศัยอยู่
ถ้าเกิดดูจากองค์ประกอบโปสเตอร์ ตัวอย่าง หรือภาพต่างๆของหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้
บางทีอาจจะมีความรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นหนังอนิเมชั่นที่เหมาะสมกับคนทุกเพศทุกวัย
แต่ว่าพอได้ดูจบจะต้องพูดว่ามันไม่ใช่เลย หนังมันเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องคิด วิเคราะห์ ตีความ
หาความหมายของหลายๆอย่าง ผู้ใหญ่บางคนบางทีอาจจะฉงนปวดหัวกับประเด็นในหนังเลยก็ว่าได้
ถึงแม้หนังจบไปแล้วก็ยังทิ้งท้ายไว้ให้ขบคิดอีกมากมาย

หนังมีครบถึงความเป็นการ์ตูนญี่ปุ่นมากๆเรื่องราวของกลุ่มสหาย มีความรักกุ๊กกิ๊กในวัยเรียน
เพื่อนสนิทที่ดูตรงไปตรงมาเพื่อนตัวใหญ่ๆขี้แกล้ง
เด็กผู้หญิงน่ารักประจำห้อง พี่สาวแสนสวย เพนกวิน
ความแฟนตาซี และก็สัตว์ประหลาด! ส่วนประกอบที่เชิญชวนให้เรื่องราวมันมีชีวิตชีวา
ต่างก็มีครบหมดในหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้
หนังเรื่องนี้ดำเนินเรื่องได้อย่างสดใส สนุกสนาน ไม่มีเบื่อเลย เพลิดเพลินมาก
ในช่วงแรกหนังจะพาพวกเราไปให้เห็นตัวตนของตัวเอก
รวมทั้งเจ้าเพนกวินปริศนาที่แสนจะน่ารักได้อย่างราบรื่น
ดูไปยิ้มไป และก็จากนั้น หนังก็เริ่มทยอยใส่ปัญหา และก็ตั้งข้อซักถามกับผู้ชมเยอะไปหมด
เนื่องจากว่าตัวนำของหนัง เด็ก ป.4 ที่เปรียบดั่งนักวิทยาศาสตร์ที่พยายามตั้งคำถาม หาคำตอบ ทดลอง
เกี่ยวกับสิ่งที่เขาเจอ ทำให้คนดูต้องคิดตามตัวเอกไปโดยปริยาย
แล้วก็มันดันสนุกกับการหาคำตอบของสิ่งเหล่านั้นไปพร้อมกับการดำเนินเรื่องซะด้วย
ที่พูดว่ามันไม่เหมาะสมกับเด็ก ก็เนื่องจากว่าส่วนนี้แหละ ปริศนาที่มากมาย มันก็ไม่ได้เข้าใจง่าย
แล้วก็มันก็ไม่ได้คำตอบที่แท้จริงให้กับปริศนาเหล่านั้น
พอคลี่คลายอย่างนึง มันก็มีปริศนาหรือปัญหาใหม่ผุดขึ้นมาให้หาคำตอบเรื่อยๆ
ตลอดทั้งเรื่อง ไม่ใช่แค่เด็กหรอกที่งง ผู้ใหญ่อย่างเราๆก็อึ้งไปพอควรเลยล่ะ
และก็อีกอย่างที่ไม่เหมาะเพราะว่า มันมีประเด็นเกี่ยวกับหน้าอกของผู้หญิงด้วย
ถ้าพาลูกหลานไปดูอาจจะตอบคำถามลูกๆหลานๆยากเหมือนกันเกี่ยวกับประเด็นที่ตัวเอกในเรื่องสงสัยว่า

“เพราะเหตุใดหน้าอกของพี่สาวให้ความรู้สึกต่างจากหน้าอกของแม่”
สิ่งที่ชอบของหนังอเนิเมชั่นเรื่องนี้เลยคือภาพ ต้องบอกว่าภาพสวยมาก
สดใสมากถึงมากที่สุด ทำให้มีความรู้สึกสบายตา ดูไปแล้วก็บันเทิงใจ สดใส สนุก น่ารัก
ด้วยภาพแบบนั้นรวมทั้งเรื่องราวที่ส่งเสริมกัน ยิ่งทำให้ความรู้สึกดีที่ได้ดูหนังเรื่องนี้ไปเลย
อีกทั้งตัวหลักของเรื่องอย่างเด็ก ป.4 ที่เป็นองค์ประกอบและตัวละครในหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้ที่ดูมีมิติมากๆ
ด้วยความที่ดูผู้ใหญ่ คอยหาคำตอบสิ่งต่างๆแต่เป็นเด็ก ดูฉลาด แต่แอบทะลึ่งหน่อยๆ
รวมกันแล้วมันเลยกลายเป็นตัวละครที่น่ารัก และสร้างสีสันและเสน่ห์ให้กับหนังอนิเมชั่นเรื่องนี้มากๆ
ถ้าเนื้อเรื่องแบบเดียวกันแต่เป็นเวอร์ชั่นคนแสดง มันอาจจะไม่สนุกเท่านี้ก็ได้
ด้วยความที่เป็นภาพการ์ตูนจึงทำให้เนื้อเรื่องดูง่ายขึ้น ถ้าเป็นคนแสดง เชื่อว่าหนังจะดูซับซ้อนขึ้นเยอะ
ถึงแม้บทสรุปของเรื่องราวที่เหมือนจะจบ แต่มันก็ยังไม่จบ
ยังชวนให้คนดูไปขบคิดต่อกับเรื่องราวที่เป็นปัญหาที่ยังหาคำตอบไม่ได้
ในส่วนนั้นมันก็ยิ่งทำให้หนังอนิเมชั่นหัวข้อนี้สนุกเข้าไปใหญ่
โดยรวมแล้วถือว่าชอบเลยทีเดียว ภาพสวย เรื่องราวสนุกกับความน่ารักต่างๆดูไปยิ้มไป สงสัยไป ปะปนกันได้เพลิน
บางครั้งสิ่งที่เราหาคำตอบไม่ได้ มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เสมอ…

Kong: Skull Island คอง มหาภัยเกาะกะโหลก

Kong: Skull Island คอง มหาภัยเกาะกะโหลก ว่าด้วยเรื่องราวของทีมนักวิทยาศาสตร์
ทหาร และนักผจญภัย
ที่มารวมตัวกันเพื่อสำรวจเกาะในตำนานกลางมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งไม่เคยมีใครสำรว
จมาก่อน เป็นเกาะที่มีความอันตรายไม่แพ้ความงดงาม
ทีมสำรวจถูกตัดขาดจากโลกที่พวกเขาคุ้นเคยแล้วก้าวเข้าสู่อาณาจักรของคองผู้ทรง
พลัง พร้อมทั้งจุดชนวนการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
เมื่อภารกิจการสำรวจครั้งนี้กลายเป็นภารกิจเพื่อความอยู่รอด
พวกเขาจึงต้องต่อสู้เพื่อหาทางหนีออกจากสรวงสวรรค์ยุคดึกดำบรรพ์ซึ่งมนุษย์ไม่คว
รเหยียบย่างเข้าไป

การเดินเรื่องของภาพยนตร์ในช่วงแรกนั้นค่อนข้างจะรวบรัดตัดตอนค่อนข้างไวไปสั
กเล็กน้อย ก่อนที่จะรีบพาคณะนักสำรวจเดินทางไปยังเกาะกะโหลก
เพื่อไม่ให้เกิดความน่าเบื่อจนเกินไป
กระทั่งความน่าตื่นตาตื่นใจก็เริ่มต้นขึ้นทันทีสำหรับการปะทะกันครั้งแรกของเหล่ามนุ
ษย์และคอง ทำออกมาได้อย่างน่าตื่นเต้น
ถือว่าเป็นการเปิดฉากความเลวร้ายที่ทีมนักสำรวจทุกคนต้องเจอบนเกาะนี้ได้เป็นอย่า
งดี

จุดเด่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นการเผชิญหน้าของสัตว์ดึกดำบรรพ์ขนา
ดยักษ์ “คอง” ที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างไม่รอช้าให้แฟน ๆ ต้องคอยกันนานเลยทีเดียว
ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำคิงคองขนาดยักษ์ออกมาได้ตามมาตรฐานทั่วไป
พร้อมกับเหล่าสัตว์ประหลาดที่อยู่ในเกาะแห่งนี้เช่นกัน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากการต่อสู้ระหว่างคองกับสกัลครอว์เลอร์
ที่จัดเต็มลูกล่อลูกชนให้ลุ้นกันอย่างสนุกสนาน

แม้ว่าการต่อสู้ระหว่างคองกับสกัลครอว์เลอร์จะทำออกมาได้อย่างน่าสนใจก็จริง
แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันนั้นก็คือสิ่งมีชีวิตประหลาดบนเกาะแห่งนี้
โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าสัตว์ประหลาดตัวอื่น ๆ จะปรากฏตัวน้อยไปหน่อย
ในระหว่างการเอาตัวรอดอยู่บนเกาะแห่งนี้
หากมีสิ่งมีชีวิตสุดอันตรายเหล่านี้เพิ่มจำนวนมากกว่าที่ปรากฏในภาพยนตร์ได้น่าจะเ
พิ่มอรรถรสความสนุกสนานได้เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นักแสดงนำมากความสามารถหลายคนมาร่วมแสดงด้วย
ในตอนแรกนั้นคาดการณ์ว่าบทบาทที่โดดเด่นจะตกอยู่ที่ ทอม ฮิดเดิลสตัน (Tom
Hiddleston) เพียงคนเดียวหรือไม่ แต่ในภาพยนตร์ก็สามารถเกลี่ยบทให้ตัวละครอื่น ๆ
มีบทบาทที่โดดเด่นได้ไม่แพ้กัน อาทิ บรี ลาร์สัน (Brie Larson)
ที่ดูคองจะให้ความสนใจอยู่ไม่น้อย ในขณะที่ ซามูเอล แอล. แจ็กสัน (Samuel L. Jackson)
ก็แสดงบทบาทได้อย่างน่าหมั่นไส้จริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จอห์น ซี. ไรลีย์ (John C.
Reilley)
ที่ออกมาแย่งซีนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของภาพยนตร์ก็ทำให้เรื่องราวดูน่าสนใจและไม่น่
าเบื่ออย่างที่คิด

ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นก็ไม่ได้ฉีกแนวไปจากภาพยนตร์แนว ๆ นี้สักเท่าไร
ก็ยังคงพล็อตแบบสำเร็จรูปที่สุดท้ายแล้วมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ยักษ์ใหญ่อย่าง
คองแค่มองตากันก็เข้าใจกันได้
เป็นความสัมพันธ์ที่ส่งเสริมให้มนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากตัวเองเคารพซึ่งกันแล
ะกัน พึ่งพาอาศัยกัน
กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สามารถสอดแทรกให้ผู้ชมไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ได้เรียน
รู้ไปพร้อมกันได้

กล่าวโดยสรุปแล้ว Kong: Skull Island คอง มหาภัยเกาะกะโหลก
ก็เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่จะทำให้แฟน ๆ คิงคองหายคิดถึงอย่างแน่นอน
ไฮไลต์สำคัญของภาพยนตร์ก็คงจะอยู่ที่การปะทะกันของมนุษย์กับสิ่งมีชีวิตสุดอันตรา

ย การปะทะกันของคองกับปีศาจร้ายที่ทำออกมาได้อย่างสนุกสนานและน่าตื่นเต้น
พร้อมกับแฝงแง่คิดที่เห็นแล้วก็ทำให้อดนึกถึงคิงคองภาคเก่า ๆ ไม่ได้
ก็ถือเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่น่าติดตามชมในช่วงสุดสัปดาห์แบบนี้…

Jurassic World – Fallen Kingdom

เป็นหนังที่ปล่อยหมัดฮุกตลอดเวลา แทบไม่มีเวลาให้เราได้พักหายใจ ดำเนินเรื่องเร็ว
ลุ้นระทึกตลอดเวลา เป็นหนังที่เอนเตอร์เทนผู้ชมที่ไม่ค่อยชอบความน่าเบื่อ (แต่บทก็อ่อนหลังอย่างเห็นได้ชัด)
ภาพสวย ใครชอบไดโนเสาร์ ต้องชอบแน่ๆ เพราะออกมาหลายตัว ปล่อยออร่าความเท่มาเต็มๆ T-rex
พระเอกในทุกๆ ภาค ก็มีให้ชื่นชมกันอยู่หลายฉาก อีกอย่างใครที่ได้ดู IMAX3D ก็จะเพิ่มอรรถรสในการชมขึ้นอีกมากๆ เลยทีเดียวครับ

บทหนัง เนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่อง
การดำเนินเรื่องอย่างที่บอกไป ปล่อยหมัดฮุกแทบตลอดทั้งเรื่อง และดำเนินเรื่องเร็วมาก
อยากเห็นไดโนเสาร์จัดไป อยากเห็นฉากวิ่งหนีตายก็จัดให้ทั้งเรื่อง
คือหนังสนองความต้องการของเราทุกอย่างแต่ข้อเสียก็คือเนื้อเรื่องหรือบทหนังไม่ค่อยมีอะไร
ใครที่ดูตัวอย่างหนังก็แทบเดาตอนจบของเรื่องได้แล้ว ไม่มีอะไรแปลกใหม่จากตัวอย่างหนังสักเท่าไร
(ตัวอย่างเอาฉากเด็ดๆ มาออกเกือบหมด เสียดายของมาก พอมาดูในหนังกลายเป็นว่าไม่ตื่นตาตื่นใจแล้ว)
ไดโนเสาร์ที่ปรากฎในเรื่องมีแทบครบ อยากเห็นตัวไหนก็มีหมด และในหนังก็ชูบลู หรือแร็บเตอร์ เป็นตัวเด่นแทบทั้งเรื่อง
ใครที่ชอบบลูจากภาคที่แล้วเรื่องนี้ต้องชอบยิ่งขึ้นไปอีก (ฉากมุงมิ้งนี่เยอะมาก)

คุณภาพของภาพและเสียง
ตัวผมเองได้ดูในระบบ IMAX3D ก็ชอบมากเลยนะโดยเฉพาะเสียง
ฉากภูเขาไฟระเบิดนี่คือพื้นโรงหนังสั่นสะเทือนหนักมาก เหมือนเราอยู่ในเหตุการณ์เลย
ฉากที่มีเสียงดังแล้วทำให้เราตกใจก็มีหลายฉาก แต่ข้อด้อยคือ 3D
ที่ทำให้เห็นภาพนูนนั้นทำได้ไม่ค่อยดีเลย เรารู้สึกถึงความลึกและมิติของภาพ
แต่ก็ไม่มากพอจะให้เราตื่นตาตื่นใจสักเท่าไร ทางด้าน CG ต้องบอกว่าเนียนมาก
เหมือนจริงมาก เหมือนเราได้เห็นไดโนเสาร์ตัวจริงๆ เลย

ด้านดี
แน่นอนหนังเอนเตอร์เทนคนดูมาก คือเข้าไปดูไม่ง่วงเลยตื่นเต้นตลอดเวลา
นักแสดง Chris Pratt ก็แสดงดีมาก มุกฮาคือฮา ช่วงดิบเถื่อนพี่แกก็ทำได้ดี
พี่แกถือเป็นข้อดีมากๆของหนังในเรื่องนี้ และในตัวระบบ IMAX3D มีระบบเสียงที่กระฮึ่ม
ยอมรับว่าฉากภูเขาไฟระเบิดนี่ตื่นเต้นมากๆ เสียงดังจนพื้นสั่น แบบว่าตื่นเต้นเหมือนเราอยู่ตรงนั้นจริงๆ

ด้านแย่
การดำเนินเรื่อง ตื่นเต้น รวดเร็ว ทำให้เนื้อหาในหนังหายไปเยอะมาก
แทบไม่มีอะไรเลย เนื้อเรื่องเดินเป็นเส้นตรง เดาได้ตั้งแต่เราดูตัวอย่างหนังแล้ว
แต่ถ้าดูเอามันส์ ด้านแย่อันนี้ก็แทบไม่ต้องสนใจครับ ไปดูเถอะสนุกมาก เป็นสองชั่วโมงที่เวลาผ่านไปเร็วมากเลยครับ
ส่วนตัวหลังจากดูจบก็ต้องบอกว่าชอบมากนะ ตื่นเต้นทั้งเรื่องแทบไม่ง่วงเลย
หนังเอนเตอร์เทนคนดูได้เก่งมาก ใครชอบดูฉากไล่ลาคนของไดโนเสาร์ ภาคนี้ก็ไม่ทำให้เสียใจ มีครบ สนุกมาก วันไหนว่างตีตั๋วไปชมได้เลยครับ…

รีวิว The Ritual

The Ritual หนังสยองบนเน็ตฟลิกซ์ที่มีเนื้อเรื่องและโปรดักชั่นน่าสนใจมาก
แม้จะไม่มีดาราดังเลยก็ตามแต่ก็ทำให้จดจ่อได้และก็
หนังยังได้รับรางวัลด้านเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม
จากเวที British Independent Film Award 2017 อีกด้วย
หนังใช้ฉากหลังของประเทศสวีเดน โดยเฉพาะป่าสนทึบที่เสมือนจะโปร่งแต่ว่าก็อึดอัด
แล้วก็ระหว่างต้นก็มีช่องว่างให้รู้สึกมีบางอย่างซ่อนเร้นและแอบเฝ้ามองเราอยู่
และป่าสนทึบนี่แหละที่เป็นตัวเอกสำคัญให้ผู้กำกับ เดวิด บรักเนอร์
ที่เคยผ่านงานสยองในตอน Amateur Night มาแล้ว
เรียกว่าเป็นผู้กำกับที่สร้างฉากสยองขวัญได้น่าจดจำมาก
หนังสร้างจากนิยายของ โจ บาร์ตัน และก็ อดัม เนวิลล์
เล่าเรื่องของเพื่อนชายหนุ่มใหญ่ 4 คนที่นัดกันไปเดินป่าเพื่อผ่อนคลาย
และพักใจหลังการจากไปของเพื่อนในกลุ่ม
แต่พวกเขาเปลี่ยนแผนเดินลัดเข้าป่าแทนที่จะเดินอ้อมตามทางที่แผนที่บอกไว้
เขาพบซากสัตว์ที่ตายอย่างทารุณปักไว้บนยอดไม้ และสัญลักษณ์แปลกๆ
ที่สื่อถึงพิธีกรรมของพวกแม่มด และยังมีเสียงที่น่าขนลุกด้วย
แล้วก็การเปิดตัวของต้นเสียงปริศนาทำได้ดีมากสมแล้วที่ได้รางวัลเอฟเฟกต์ยอดเยี่ยม
ทำให้พวกเรานึกถึงหนังสยองขวัญที่สื่ออารมณ์ เช่น The Blair Witch Project (1999)
และ Book of Shadows: Blair Witch 2 (2000)
แต่ว่าเพราะเหตุว่าบรรยากาศในป่าก็ทำให้ปีศาจที่เร้นกายอยู่มองน่ากลัวมากขึ้น
แถมยังบ่งบอกถึงกรรมในอดีตที่ติดตัวมาของแต่ละคน ทำให้เห็นความสยองที่ต่างกันไป
เรียกได้ว่าเป็นหนังที่น่าติดตามดูอย่างมากเลยทีเดียว ใครมีช่อง เน็ตฟลิกซ์ ก็ห้ามพลาดเด็ดขาดเลย
เพราะนี่คือหนังสยองขวัญที่การันตีด้วยรางวัลที่คุณจะต้องจดจำไปอีกนาน…

Spies in Disguise – สุดยอดสายลับล้าลา

Spies in Disguise – สุดยอดสายลับล้าลา
ประเภท : Adventure,Animation,หนังแอคชั่น
ผู้กำกับ : Nick Bruno , Troy Quane
นักแสดง: Karen Gillan, Tom Holland, Will Smith
ค่าย : 20th Century Fox
วันที่ฉาย : 11 เม.ย. 2562
ภาพยนตร์แอนิเมชั่นคอมเมดี้ ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกส์, เชอร์นิน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ รวมทั้ง
บลูสกายสตูดิโอ ภูมิใจเสนอ Spies in Disguise – สุดยอดสายลับล้าลา
กำกับโดย นิค บรูโน่ และ ทรอย เควาน
มารับหน้าที่กำกับคู่กัน ส่วนเสียงพากย์นั้นนำโดย วิล สมิธ และ
ทอม ฮอลล์แลนด์ ให้เสียงตัวละครหลักในเรื่องนี้ Spies in Disguise – สุดยอดสายลับล้าลา
เป็นอนิเมชั่น 3 D ที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ล้วนๆภายใต้การอำนวยการสร้างของฟ็อกซ์
ร่วมกับบลูสกายสตูดิโอ และเชอร์นิน เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
ล่าสุดทางค่ายได้ปล่อยตัวอย่างออกมาให้พวกเราได้ดูจะบันเทิงใจแค่ไหน ไปดู!
ตัวอย่าง https://youtu.be/GPmM9ypv-ro
เรื่องย่อ Spies in Disguise เรื่องราวของคู่หูสายลับสุดแกร่งออกโจรกรรมระหว่างชาตินำกลุ่มโดย
แลนซ์ สเตอร์ริง สายลับที่เจ๋งที่สุดในโลก ไม่ว่าความเท่ เสน่ห์ และก็ความสามารถเก่งระดับเทวดา
การเป็นสายลับผจญอันตรายต่างๆเป็นเรื่องที่แสนธรรมดาสำหรับ แลนซ์ สเตอร์ริง
และมาพร้อมกับวอลเทอร์ คนที่มีจิตใจดีแล้วก็แทบจะตรงกันข้ามกับแลนซ์โดยสิ้นเชิง
แต่ว่าเขาเป็นคนที่มีมันสมองเก่งกาจสุดๆแบบหยุดไม่ได้
วอลเทอร์เป็นนักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะผู้ประดิษฐ์อุปกรณ์ที่ใช้ในภารกิจต่างๆ
เขาได้ใช้มันสมองสร้างสิ่งที่แปลงคู่หูของเขาให้กลายเป็นนกสายลับที่ดูเหลอๆ
แต่เก่งมากจริงๆทั้งคู่ต้องเชื่อใจกันเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม
เพื่อกอบกู้โลกใบนี้ที่อาจตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง
เตรียมไปฮากับคู่หูคู่ฮา “แลนซ์ สเตอร์ลิ่ง” และ “วอลเทอร์ เบคเคทท์”
ได้ใน “Spies in Disguise เตรียมเช็คเวลารอบฉายในปีหน้าเอาไว้
อาจจะนานหน่อยแต่อย่าลืมนะ 11 เม.ย. 2562 ที่โรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ…

รีวิว Homestay : ชีวิตที่มีครบทุกรสชาติ

จะเห็นได้ว่าช่วงครึ่งปีหลังมานี้วงการภาพยนตร์ในบ้านเรามักจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์กันตลอด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเทคนิคงานสร้างของภาพยนตร์ไทยที่มีการพัฒนาไปไกลกว่าเดิม รวมไปถึงการได้มีภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ ที่ฉีกแนวออกไปหลายรสชาติเป็นกำไรให้คนไทยได้ชมภาพยนตร์ที่มีความหลากหลาย เช่นเดียวกันกับ Homestay ที่เป็นหนึ่งในนั้น จากฝีมือการกำกับของ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ ผู้กำกับมากฝีมือจากค่าย GDH ที่นำทีมนักแสดงที่มีฝีมือน่าจับตามองมาร่วมถ่ายถอดเรื่องราวในภาพยนตร์ นำโดย เจมส์ ธีรดนย์, เฌอปราง อารีย์กุล, สูขวัญ บูลกุล, เบส ณัฐสิทธิ์ ฯลฯ

Homestay ว่าด้วยเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่กลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนได้รับรางวัลให้กลับมาเกิดอีกครั้ง ในร่างของเด็ก ม.ปลายที่ชื่อ มิน ที่นอนนิ่งอยู่ในตู้เก็บศพของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง การได้มาอยู่ในร่างใหม่ก็ไม่ต่างอะไรกับการอยู่โฮมสเตย์ คืออยู่ได้แค่ชั่วคราว แถมยังไม่ได้อยู่ฟรีๆ เพราะเขาต้องหาคำตอบให้ได้ภายใน 100 วัน ว่า “มินตายเพราะใคร” ถ้าตอบไม่ได้ เขาจะต้องตายและจากร่างโฮมสเตย์นี้ไปตลอดกาล

การได้เข้ามาอยู่ร่างนี้ทำให้เขาได้มีครอบครัวใหม่ เพื่อนใหม่ และมีความรักครั้งใหม่ เมื่อได้รู้จักกับ พาย พี่รหัสของมิน ผู้หญิงที่ทำให้เขาอยากอยู่ในร่างโฮมสเตย์นี้ตลอดไป แต่เวลา ชีวิต และความรัก เป็นเหมือนรางวัลที่สวรรค์ให้เขามาแค่ชั่วคราว เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อตอบคำถามผู้คุมให้ได้ว่า “มินตายเพราะใคร” ก่อนที่เวลาชีวิตในร่างโฮมสเตย์ของเขาจะหมดลง

เมื่อได้ทราบข่าวว่าจะมีภาพยนตร์เรื่องนี้ออกมาให้แฟนๆ ได้ดูกัน แค่ได้ยินรายชื่อนักแสดงและผู้กำกับแล้วก็เชื่อว่าหลายคนต้องตัดสินใจไปดูกันแน่ๆ และปฏิเสธไม่ได้ว่าแค่ชื่อของค่ายก็ทำให้คนอยากไดูแล้ว และเมื่อได้เห็นตัวอย่างที่ถูกปล่อยมาออกเราก็ได้เห็นเรื่องราวต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในเรื่องอย่างคร่าวๆ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมเยาวชนชื่อดังของ Eto Mori นักเขียนชาวญี่ปุ่น และถูกสร้างเป็นแอนิเมชั่นมาก่อนแล้ว

โดยส่วนตัวได้มีโอกาสชมเวอร์ชั่นที่เป็นแอนิเมชั่นมาแล้ว และคิดว่าผู้กำกับค่อนข้างเคารพต้นฉบับอยู่มาก คาแรคเตอร์ของตัวละครส่วนใหญ่ยังคงมีความคล้ายคลึงกัน แต่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนตัวละครและอะไรบางเรื่องให้เข้ากับสังคมของคนไทย ซึ่งก็ถือว่าทำ Homestay เวอร์ชั่นนี้ออกมาได้ดี แน่นอนว่ามากไปกว่าเรื่องราวแฟนตาซีการมาเกิดใหม่หนังได้สะท้อนเรื่องราวชีวิตของวัยรุ่นออกมาครบทุกรสชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครอบครัว เพื่อน โรงเรียน และความรัก อันเป็นความสามัญธรรมดาที่หลายๆ คนได้พบเจอ แต่เมื่อเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ได้อยู่บนจอภาพยนตร์ ทำให้เราได้พบแง่มุมที่ต่างออกไป ซึ่งสามารถเรียนรู้และนำมาปรับใช้ได้

เชื่อว่าหลายคนคงเดาออกมาเรื่องราวจะจบลงอย่างไร ซึ่งก็กลายเป็นสูตรสำเร็จของค่ายนี้ไปแล้ว แต่เชื่อเหลือเกินว่าใครที่ได้ชมภาพยนตร์น่าจะเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าการแสดงของ เจมส์ ธีรดนย์ ผู้ฉายแววการแสดงตั้งผลงานเรื่องแรก จนมาถึงเรื่องนี้ที่เขารับบทนำเป็นพระเอกครั้งแรก (บนจอเงิน) ผู้แบกรับทุกอย่างของหนังเอาไว้นั้นไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นฉากแอคชั่น ดรามา รวมไปถึงความโรแมนติกที่ถูกถ่ายทอดออกมา บอกได้เลยว่ามีเสน่ห์เป็นอย่างมาก เชื่อว่า เจมส์ ต้องได้รับรางวัลทางการแสดงจากเวทีใดเวทีหนึ่งมาครอบครองอย่างแน่นอน

ไม่ใช่แค่นักแสดงนำที่ถ่ายทอดบทบาทของตัวละครออกมาได้ดีเท่านั้น นักแสดงสมทบก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็นบทแม่ของ สู่ขวัญ บูลกุล ที่เชื่อเหลือเกินว่าใครที่ได้เห็นฉากของคู่แม่ลูกเป็นต้องเสียน้ำตาแน่นอน ในส่วนบทบาทของนักแสดงหน้าใหม่ เฌอปราง อารีย์กุล นั้นก็ถือว่าทำออกมาได้ดีในฐานะนักแสดงใหม่ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาท พาย ในเรื่องนั้นค่อนข้างมีความทับซ้อนกับชีวิตจริงของเธอค่อนข้างมาก (เว้นเสียแต่เรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศ) จึงทำให้ไม่ค่อยอินกับบทบาทของเธอนัก และอีกบทบาทหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ลี้ เพื่อนของพระเอกที่ถูกยกระดับความสำคัญน้อยไปหน่อย แต่ก็ถือได้ว่าสำคัญไม่แพ้คนอื่นๆ เลยทีเดียว

ไม่ทราบว่าอาจจะด้วยความเคารพต้นฉบับมากเกินไปหรืออะไรก็ตามแต่ จึงทำให้เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นในภาพยนตร์นั้นไปไม่สุดเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความลึกลับที่ทำออกได้ดีแค่ในช่วงแรก ส่วนความเป็นแฟนตาซีที่ใส่เทคนิคพิเศษหรือที่เรียกว่า ซีจี นั้นก็ไม่ได้มีมากมายเหมือนอย่างที่ทีมผู้สร้างบอก ถ้าเอาตรงๆ ก็คือไม่มีซีจีก็ยังได้เลย อีกทั้งเรื่องราวความดรามาหากขยี้ให้มันมีความมืดหม่นกว่านี้น่าจะดีไม่น้อย เพราะโดยภาพรวมของเรื่องนั้นออกจะสดใสมากไปหน่อย อย่างไรก็ดีคอหนังก็ควรไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง…

รีวิว Illang The Wolf Brigade

ปี 2029 เกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้พยายามรวมชาติเพื่อเพิ่มศักยภาพประเทศให้สามารถต้านภัยคุกคามของทั้งฝั่งจีน
ญี่ปุ่นและอเมริกาที่สนับสนุนองค์กรก่อการร้ายชื่อว่า เซ็ค
ซึ่งเป็นกลุ่มหัวรุนแรงเกาหลีที่ไม่ยอมรับการรวมชาติ
เพื่อขัดขวางการรวมชาติในครั้งนี้ ฝั่งรัฐบาลเกาหลีก็จึงตั้งหน่วยรบเฉพาะกิจในนาม กองพันหมาป่า ขึ้น
ออกปฏิบัติการในชุดเกราะเหล็กและอาวุธการทำศึก หลังเหตุการณ์ที่กองพันหมาป่าบุกรังเซ็ค
ได้เกิดผิดพลาดจนสังหารเด็กสาวตาย อิมจุงคยอค (คังดองวอน) พระเอกของเรา
หนึ่งในหน่วยเฉพาะกิจได้กลายเป็นเป้าหมายของฮาน เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง
ทีต้องการให้พระเอกเป็นเหยื่อการใส่ร้ายเพื่อยุบหน่วยลง
เพราะเขามีความใจอ่อนต่อเหยื่อต่างจากคนอื่นในหน่วยของเขา
เหตุการณ์นี้ดึงทั้งฝ่ายผู้ก่อการร้าย ฝ่ายหน่วยเฉพาะกิจ
และหน่วยงานความมั่นคงของรัฐ เข้ามาพัวพันกันมันส์ไปหมดเลย
ใครเคยดูแอนิเมชั่นของผู้กำกับ โอคิอุระ ฮิโรยุกิ อย่างเรื่อง Jin-Roh : The Wolf Brigade (1999)
ซึ่งเป็นผลงานการเขียนบทแล้วก็สร้างสรรค์จินตนาการของผู้กำกับแอนิเมชั่นอย่าง โอชิอิ มาโมรุ
ผู้สร้างหนังชุด Ghost in The Shell มาแล้ว
ในปีนี้เองทางเน็ตฟลิกซ์ก็ได้นำแอนิเมชั่นเรื่องดังกล่าวมาฉายให้ชมกันเรียบร้อย
โดยหนังถูกดัดแปลงเป็นฉบับเกาหลีที่ เหมาะกับเนื้อหาของเรื่องที่ประยุกต์มาเป็นปัจจุบัน
และยังได้ผู้กำกับอย่าง คิมจีอุน ซึ่งมีผลงานเรื่อง ตู้ซ่อนผี (2003) ที่พวกเราคุ้นหูกันนั่นแหละ
ใครถูกใจดูหนังสายลับก็เหมาะเลย หนังเฉือนคมเป็นหลัก
เพราะส่วนของแอ๊กชั่นนั้นมีแต่ก็อาจดูเป็นส่วนเสริมเพิ่มความสนุกมากยิ่งกว่า
พอช่วงไหนเป็นแอ๊กชั่นก็สาดกันยาวเลย ทั้งขับรถสู้กัน ต่อสู้บนโซลทาวเวอร์ ฉากประท้วงหน้าพระราชวัง
การใช้โดรนสังหาร เนื้อเรื่องมีความซับซ้อน ตัวละครมีมาก จำชื่อเกือบจะไม่ได้เลยยิ่งทำให้สับสน เวลาใครพูดถึงใคร
นอกจากนี้หนังยังเคารพต้นฉบับมาแทบจะเล่าเหมือนแอนิเมชั่นเกือบทั้งเรื่อง แต่โดยรวมก็ดีนะ…

James Wan โพสต์บอก Aquaman ตัดต่อเสร็จสมบูรณ์แล้ว ก่อนเข้าฉาย 21 เดือนธันวาคม นี้

สุดท้าย Aquaman ภาพยนตร์เรื่องปัจจุบันของ DC
ก็พร้อมแล้วสำหรับในการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ วันที่ 21 เดือนธันวาคม นี้ (ในไทยเข้าฉายวันที่ 13 ธ.ค. 2561)
ภายหลังจาก James Wan ผู้กำกับคนดังโพสต์บอกใน Instagram
ส่วนตัวว่ากระบวนการตัดต่อของหนังเรื่องนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
หลังจากเขาและทีมงานทำงานกันอย่างหนักในช่วง 2-3 เดือนมานี้
โดย James Wan โพสต์รูปที่ถ่ายร่วมกับคณะทำงาน
พร้อมใจความอธิบายสาระสำคัญว่า หลังจากทุ่มเทให้กับหนังอินดี้เล็กๆเรื่องนี้
ในทุกชั่วโมงที่ลืมตาตื่นขึ้นมา สุดท้ายหนังก็เสร็จสิ้นแล้ว
และกล่าวขอบคุณคณะทำงานเบื้องหลัง ทั้งทีมวิชวลเอฟเฟค (VFX),
กลุ่มตัดต่อ รวมทั้งกลุ่มเสียงที่ทุ่มเททั้งกายและใจ ปฏิบัติงานกันอย่างไม่มีเหน็ดเหนื่อยชนิดที่ไม่มีทางหยุดมาตลอดหลายๆสัปดาห์
เพื่อทำหนังให้ออกมางดงามและก็เป็นเอกลักษณ์ เขาก็เลยอดใจไม่ไหวที่จะบอกหัวข้อนี้ให้ทุกคนได้รู้ รวมทั้งเขาเองก็จะได้มีเวลางีบหลับแบบยาวๆเสียที
ดังนี้ Aquaman ซึ่งนำแสดงโดย Jason Momoa เป็นหนังที่จะต้องใช้เทคนิค CG ร่วมด้วยอย่างยิ่ง
ก็เลยทำให้ต้องใช้เวลาในกระบวนการตัดต่อนานหลายเดือน แม้ว่าจะมีบางฉากที่มองไม่สมจริงสมจังอยู่บ้างในแบบอย่างหนังที่ออกมาก่อนหน้าที่ผ่านมา
แต่ว่าก็คาดว่าจากการทำงานกันอย่างมากของ Wan และก็คณะทำงาน ฉากพวกนั้นก็คงจะได้รับการแก้ไขหมดแล้ว…